
เคล็ดลับการดูแลสุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีน
1. ไข่เยี่ยวม้า ถ้ากินมากและบ่อยอาจเกิดพิษจากสารตะกั่ว การดูดซึมแคลเซี่ยมลดน้อยลง ขาดแคลเซี่ยม ทำให้กระดูกผุได้
2. ปาท่องโก๋ ใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่ว เป็นพิษต่อเซลล์สมอง ความจำเสื่อม คอแห้ง เจ็บคอ
3. เนื้อสัตว์ย่าง เกิดสารเบนโซไพริน ก่อมะเร็ง
4. ผักดอง เกิดการสะสมเกลือโซเดียม หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูง เป็นโรคหัวใจง่าย
5. ตับหมู ๑ กิโลกรัม มีคอเลสเตอรอลกว่า ๔๐๐ มิลลิกรัม ถ้ามีมากและนานทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดทางสมอง มะเร็ง
6. ผักขม ผักปวยเล้ง มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้การขับสังกะสีและแคลเซี่ยมออกจากร่างกายมากเกิดภาวะขาดแคลน
7. บะหมี่สำเร็จรูป ทำให้ขาดสารอาหาร เกิดการสะสมสารพิษในร่างกาย
8. เมล็ดทานตะวันมีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัว กินมากทำให้มีการสะสมไขมันที่ตับได้
9. เต้าฮู้หมัก เต้าฮู้ยี้ การหมักมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค และมีสารย่อยโปรตีนไฮโดรเจนซัลไฟล์ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
10. ผงชูรส ไม่ควรกินเกิน ๖ กรัมต่อวัน จะทำให้กรดกลูตามิกในเลือดสูง ซึ่งมีผลต่อการทำงานของประจุแคลเซี่ยมและแม็กนิเซี่ยม ทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นใส้ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์

1. สูบบุหรี่ : เพราะการสูบบุหรี่หลังอาหาร ๑ มวน มีฤทธิ์เทียบได้กับการสูบในช่วงเวลาอื่นถึง ๑๐ มวน ทำให้มีโอกาส เป็นมะเร็งมากขึ้นถึง ๑๐ เท่า
2. ดื่มน้ำชา: เพราะสารประกอบบางตัวในใบชา จะทำให้โปรตีนในอาหารที่เรากินเข้าไปกระด้างขึ้น ทำให้ย่อยยากขึ้น
3. กินผลไม้: เพราะมันจะไปพองในท้อง ทำให้อึดอัดหรืออิ่มมากเกินไป ทางที่ดีควรกินผลไม้ ๑-๒ ชั่วโมง ก่อนหลังหลังอาหารก็ได้
4. ขยายเข็มขัด : เพราะจะทำให้ลำใส้มีอาการผิดปกติ
5.อาบน้ำ: เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนไปที่มือและเท้า ส่งผลให้ระบบการย่อยทำงานไม่เต็มที่
6.เดินหลังอาหาร: เหตุผลใกล้เคียงกับการอาบน้ำ นั่นคือจะทำให้การย่อยทำได้ไม่ดี ควรอย่างน้อย ๑ ชั่วโมง ถ้าอยากเดิน

1. ก่อนรับประทานอาหาร ควรดื่มน้ำสะอาดสัก ๑-๒ แก้ว เพื่อให้รับประทานอาหารได้น้อยลง
2.ให้รับประทานอาหารเป็นที่ เช่น ที่โต๊ะอาหาร ห้ามอ้อยอิ่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร และหน้าตู้เย็นนาน ๆ
3. ไม่รับประทานอาหารขณะดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ หรือทำงาน
4. ไม่เก็บสะสมอาหารที่มีแคลอรีสูงไว้ใกล้ตัว
5. หาวิธีทำให้อาหารปริมาณน้อยดูเหมือนปริมาณเยอะ เช่น เกลี่ยอาหารให้เต็มๆ จาน หรือใช้ภาชนะเล็กลงจากเดิม
6.รับประทานอาหารให้ช้าลง เคี้ยวนาน อย่าถือช้อนไว้ตลอดเวลา คุยกันบ้างในระหว่างมื้ออาหาร
7. ถ้าเป็นผู้จ่ายอาหารเอง หรือซื้อของเข้าบ้าน ควรเลือกซื้อในเวลากำลังอิ่ม จะได้ไม่ซื้อเยอะ
8. อย่าสนใจของแถม หรือของลดราคา โดยเฉพาะอาหารจำพวกไขมัน นม ของหวาน
9. ทำรายการอาหารที่ต้องการไว้ล่วงหน้า โดยเน้นเฉพาะสิ่งที่ต้องการ อย่าเดินแวะเวียนไปมาในตลาด ร้านอาหาร หรือซุบเปอร์มาเก็ต เป็นเวลานานๆ
10. นำเสื้อผ้าชุดโปรดที่เคยใส่ได้สมัยยังไม่อ้วนมาแขวนไว้ให้เห็นง่าย ๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้อยากกลับไปใส่อีก
11. นำรูปถ่ายสมัยที่ยังสะโอดสะองมาแขวนให้เห็นชัด ๆ จะได้มีแรงกระตุ้นให้งดอาหาร และขยันออกกำลังกาย
ถ้าปฏิบัติตามที่กล่าวมาข้างต้นได้อย่างน้อย ๙ ใน ๑๑ ข้อ รับรองปัญหาน้ำหนักตัวจะไม่เกิดขึ้น
![]()
1. เหล้า กระเทียม เพราะ ๒ สิ่งนี้ จะยิ่งกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบและเป็นแผลใน กระเพาะอาหารได้
2. น้ำตาลหรืออาหารหวาน เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต เพราะจะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาล ส่งผลต่อการดูดซึม โปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต
3. ชาแก่ ที่จะทำให้กรดเกลือของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง เกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง
4.ลูกพลับ อันเป็นตัวกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดเกลือออกมามาก ทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นใส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร
5.กล้วย เพราะจะเพิ่มธาตุแมกนีเซียมในเลือดให้สูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซี่ยมและแมกนีเซี่ยม เป็นการยับยั้ง การทำงานของหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก
6. ผัก เพราะหากรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้ท้องอืด
7. นมและถั่วเหลือง แม้จะอุดมด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่
ขณะท้องว่างยังไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้เกิดอาการช็อกได้ง่าย เนื่องจากน้ำตาล ในเลือดต่ำ