อารมณ์ขัน
เรียนท่านผู้ชม ท่านที่มีอารมณ์ขันๆ กรุณาส่งความขำขัน เพื่อช่วยคลายเครียดให้กับพี่น้องได้ผ่อนคลายด้วยครับ

ของขวัญให้คร

                          ครั้งหนึ่งในวันครู เด็กนักเรียนอนุบาลโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด จัดหาของขวัญมาให้คุณครูอันเป็นที่รักของพวกเขา

   เด็กคนแรกเป็นลูกสาวร้านดอกไม้ เธอเอาของขวัญใส่กล่องมาให้คุณครู

                            "ครูว่าต้องเป็นดอกไม้แน่ๆเลย"คุณครูว่า 

                            "คุณครูเก่งจังเลยค่ะ รู้ได้ไงคะ" หนูน้อยถามด้วยความประหลาดใจที่คุณครูทายถูก

                             "ครูเดาเอาจ่ะ"คุณครูอมยิ้ม

     เด็กคนที่สองเป็นลูกคนขายขนม  

                             "ครูว่าต้องเป็นขนมแน่ๆเลย"คุณครูบอก

                             "คุณครูเก่งจังเลยค่ะ"หนูน้อยช่างซื่อซะจริงๆ เช่นเคยคุณครูตอบว่า "ครูเดาเอาจ่ะ"

     เด็กคนที่สามเป็นลูกเจ้าของร้าขายเหล้านอก นักเรียนเอากล่องของขวัญกล่องใหญ่ น้ำหนักไม่น้อย คุณครูสังเกตุเห็นมุมกล่องมีน้ำซึมเปียกอยู่ด้วย

                           "ต้องเป็นไวน์แน่เลย"ครูเดาอีกเช่นเคย

                           "ไม่ใช่ครับ" ไอ้หนูอมยิ้มอย่างภูมิใจที่ครูเดาไม่ถูก คุณครูเอานิ้วแตะน้ำที่ซึมตรงมุมกล่องขึ้นมาชิมดูแล้วเดาใหม่

                           "แชมเปญ แน่แน่เลย"คุณครูตอบอีกครั้ง

                            "ฮี่!ฮี่ ! ไม่ถูกอยู่ดีครับ" ไอ้หนูชอบใจ

                            "ครูยอมดีกว่าจ้ะ อะไรอยู่ในกล่องจ้ะ" ครูสาวยอมแพ้

                            "ลูกหมาครับ" ไอ้หนูทำท่าภูมิใจในชัยชนะ           

 

โง่ -บ้า-เซ่อ!

ภายในสวนของโรงพยาบาลโรคจิต พยาบาลสาวพาคนไข้ซึ่งมีอาการเกี่ยวกับ โรคประสาทออกมาพักผ่อน ให้เดินเล่น นั่งเล่นตามใจชอบ แล้วก็มีนกพิราบฝูงหนึ่ง บินผ่านมา ไม่รู้ตัวไหนพิเรนท์ปล่อยอึลงมาบนตักของคนไข้สาวใหญ่ พยาบาล ผู้อารีเห็นเข้าจึงเอ่ยกับคนไข้ว่า

        "ขี้นกไม่สกปรกอะไรหรอกคุณน้า เดี๋ยวหนูจะเอากระดาษมาเช็ดให้"

        พอพยาบาลเดินคล้อยหลังไป คนไข้อาการประสาทก็หันมาพูดกับเพื่อคนไข้ ที่นั่งอยู่ใกล้ๆด้วยเสียงฉอดๆ ว่า

       "นี่เธอเคยเห็นคนโง่ขนาดนี้บ้างมั้ย กว่าแม่นั่นจะเอากระดาษมาเช็ด เจ้านกตัวนั้นคงบินกลับไปเช็ดก้นที่รังของมันเรียบร้อยแล้ว"

บรมซวย

          นายฟ้าและนายเขียวคุยกันเย็นวันหนึ่ง
    นายฟ้า   :ข้าดวงไม่ดีวะ จะกลับบ้านทั้งทีโบกรถมันดันไม่จอด เลยต้องเดินกลับบ้าน ไปถึง เล่นเอาหอบเลยว่ะ"
    นายเขียว : เอ็งยังดี ข้าซิวะซื้อหวยไว้และจดตัวเลขไว้ในเศษกระดาษ แล้วเอาหวยใส่กระ เป๋าสตางค์ไว้ พอจะนำไปตรวจก็ดันทำกระเป๋าสตางค์ตกท่อน้ำเหลือแต่กระดาษที่จดตัวเลขไว้ พอตรวจดูกลับได้รางวัลที่ 1 เลยเด พอจะกลับบ้านยังเผลอทำกุญแจรถหล่นท่อน้ำอีก เลยต้องเดินกลับ พอไปถึงบ้านแทนที่จะได้นอนแก้เหนื่อย เมียข้าดันเปิดเตาแก๊ซท้ิงไว้ ไฟไหม้บ้านอีก พอวันรุ่งขึ้นก็เอากุญแจสำรองไปไขรถ รถดันถูกขโมยอีก เฮ้อ บรมซวย

ยอด(อ)กตัญญู

ลูก : แม่ครับ คุณพ่อกับคุณแม่อายุเท่าไหร่กันแล้วครับ

แม่ : แม่ 36 ส่วนพ่อ 40 จ๊ะ ถามทำไมเหรอลูก

ลูก : ก็ไม่ทำไมหรอกครับ แค่อยากรู้ว่าอายุอย่างพ่อกับแม่เนี่ย ต้องรออีกนานเท่า ไหร่ ถึงเกณฑ์ที่บ้านพักคนชราเขารับหรือยัง

กำลังเมาพอด

          เด็กหญิงเร่ร่อนคนหนึ่งเดินขอทานไปตามถนน เมื่อพบชายกลางคนเดินผ่าน มา จึงเตร่เข้าไปขอเงิน

เด็กเร่ร่อน     : คุณขา ขอเงินหน่อยค่ะ หนูกำลังเป็นหนี้สินล้นตัว
ชายกลางคน : ว่าอะไรนะ เธอตัวแค่นี้นะ เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว อายุเท่าไหร่แล้วละ?
เด็กเร่ร่อน     : 7 ขวบแล้วจ๊ะ
ชายกลางคน : โอว ท่าทางเธอติดยาด้วย ถามจริงๆเหอะเธอติดยาเสพติดด้วยเหรอ?
เด็กเร่ร่อน     : ติดยาตั้งแต่หนูถูกข่มขืนจ๊ะ ตอนนั้นอายุ 4 ขวบเท่านั้น
ชายกลางคน : ถูกข่มขืน(ส่งเสียงดังลั่น)แล้วใครกันละที่ข่มขืนเด็กแค่ 4 ขวบ
เด็กเร่ร่อน     : หนูจำไม่ได้จ๊ะ ตอนนั้นหนูกำลังเมาอยู่พอดี

กรรมของก

    เส็งเค็ง รู้ตัวว่าใกล้ตายเต็มทีเขาเรียก บัวตึง ผู้เป็นภรรยาเข้ามากระ ซิบอะไรบางอย่าง

เส็งเค็ง : ที่รัก คุณสัญญากับผมอย่างหนึ่งได้มั้ย  

บัวตึง   : ค่ะ ว่ามาซิค่ะ

เส็งเค็ง : ถ้าผมตายไปแล้ว ให้คุณรีบแต่งงานกับไอ้บักโกรกทันที

บัวตึง   : แต่ คุณไม่ถูกชะตากับบักโกรกตั้งแต่หนุ่มๆแล้วไม่ใช่หรือ?

เส็งเค็ง :ใชแต่ผมต้องการให้มันรับกรรมแบบที่ผมโดนมาตั้งแต่หนุ่มๆไงล่ะ

บัวตึง  : กรรมอะไรค่ะ?

เส็งเค็ง : โธ่ว้อย ก็กรรมที่อยู่กับคนอย่างคุณนั่นแหละ

พูดจบเส็งเค็งก็รีบขาดใจตายทันที

ข่าวดี ข่าวร้าย

ชูช่อ รับสายด่วนจากหมอที่โทรมาหากลางดึก

หมอ   : คุณชูช่อใช่มั้ยครับ ผมมีเรื่องร้ายแรงจะบอก คือ ตอนนี้ภรรยา คุณได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์

ชูช่อ   : ร้ายแรงมากน้อยขนาดไหนครับ

หมอ   : ทำใจนิดหนึ่งนะครับ คือมันมีทั้งข่าวดี และข่าวร้าย

ชูช่อ    : เอาข่าวร้ายก่อนครับ

หมอ    : ข่าวร้ายก็คือ ภรรยาของคุณต้องถูกตัดแขนสองข้างและขาสอง ข้างทิ้ง และคงทำให้คุณต้องป้อนข้าวป้อนน้ำเธอไปตลอดชีวิต

ชูช่อ    : แล้วข่าวดีละครับ

หมอ    : ผมล้อเล่นน่ะ ที่แท้ ภรรยาของคุณม่องเท่งไปแล้วในอุบัติเหตุนั้น 

สะดุ้งทุกที

        ในระหว่างรักษาคนไข้โรคนอนไม่หลับ หมอตั้มได้แนะนำเทค นิคแก่คนไข้นอนไม่หลับว่า

หมอตั้ม : พอเอนหลังลงนอนก็เริ่มนับเลขไปเรื่อยๆ นะครับ

คนไข้   : เคยทำมาแล้วครับหมอ แต่มันไม่ได้ผล

หมอตั้ม : อ้าว ทำไมล่ะ

คนไข้    : คือว่าผมเป็นนักมวยเก่า พอนับถึงเก้าก็สะดุ้งตื่นทุกที

เรื่องนี้ต้องรอ

          ด้วยความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากผู้เชี่ยวชาญด้านการมีบุตร หญิงชราวัย 65 ปี รายหนึ่งสามารถให้กำเนิดบุตรได้สำเร็จ ญาติทราบข่าวต่างเดินทางมาร่วม แสดงความยินดีและต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว แต่เมื่อพวกเขาขอดูหน้าทารกน้อย หญิงชราก็ตอบว่า "ไม่ใช่ตอนนี้"

          ครู่ใหญ่ผ่านไป บรรดาญาติๆก็ขอพบหน้าทารกน้อยอีกครั้ง หญิงชราตอบ เหมือนเดิม "ไม่ใช่ตอนนี้" ในที่สุดบรรดาญาติๆก็ถามขึ้นอย่างหมดความอดทนว่า 

   ญาติ : ก็แล้วเมื่อไหร่พวกเราจะได้เห็นหน้าเจ้าตัวเล็กซะทีล่ะ

 หญิงชรา : ก็ต่อเมื่อเด็กร้องนั่นแหละ

  ญาติ : อ้าว ทำใมล่ะ

คุณแม่วัย 65 :ก็เพราะฉันจำไม่ได้ว่าวางแกไว้ที่ไหน ???

เข้าใจผิด

     ชายคนหนึ่งไปหาคนทรงเพื่อขอให้ช่วยทำนายอนาคตให้ คนทรงนั่งหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยปากทำนาย

     "เจ้าจะเป็นพ่อของเด็กชายสองคน"

     "ไม่ใช่แล้วมั่ง" ชายหนุ่มรีบโต้แย้ง "ก็ตอนนี้ผมมีลูกตั้งสามคนแล้วนี่นา"

    คนทรงยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบ "นั่นเป็นความเข้าใจของเจ้าต่างหาก"

ผิดขนาด

      เศรษฐีชราซึ่งนอนรอวันตาย เอ่ยปากกับภรรยาสาวในวันหนึ่ง

      "เมื่อฉันตายไป ฉันอนุญาตให้เธอมีสามีใหม่ได้"

     "อย่าพูดอย่างนั้นซิ" ภรรยาสาวรีบปราม แต่สามีผู้ชรายังยืนยันเจตนารมย์เดิม

     "ฉันต้องการให้เธอนำเสื้อผ้าที่ฉันมีอยู่ให้เขาใส่ เวลาที่เขาไปไหนต่อไหนกับเธอจะได้ดู สง่างาม เหมือนตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่"

     "โอ คุณอย่าพูดต่อเลยคะ เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้หรอก" ภรรยาสาวห้ามด้วยเสียงเศร้า สร้อย

     "ทำใมละ?"

    "ก็เสื้อผ้าของคุณมันมีแต่เบอร์แอล ส่วนของเขาใช้ขนาดเอกซ์แอลนี่คะ"

คุณสมบัติ

      หลังจากที่กระชังได้เข้าทำงานในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งได้ประมาณ 2 อาทิตย์กว่า เขาก็ถูกผู้จัดการเรียกพบ พอเห็นหน้ากระชัง ผู้จัดการก็แผดเสียงใส่โดยไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว       "คุณกระชัง คุณกรอกคุณสมบัติในใบสมัครงานว่า คุณมีประสบการณ์ในการทำงาน 5 ปี แต่งานของคุณไม่ได้เรื่องเลย และตอนนี้เรารู้แล้วว่า คุณไม่เคยทำงานที่ไหนมาก่อน"

      "จริงครับ" ชายหนุ่มยอมรับด้วยอาการที่ไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะอธิบายเหตุผล "ก็ใน ประกาศรับสมัครช่องทางบริษัทระบุว่าต้องการผู้ร่วมงานที่มีจินตนาการกว้างไกลไม่ใช่หรือครับ"

เป็นไปได้ไง

            บทสนทนาระหว่างสองหนุ่ม

     หนุ่มแรก " นี่นายรู้ไหมว่า นักวิทยาศาสตร์ค้นพบก๊าซอ๊อกซิเจนเมื่อประมาณ 200 ปีมาแล้ว"

     หนุ่มสอง " โอ ! แล้วก่อนหน้านั้นมนุษย์หายใจเอาอะไรเข้าไปล่ะ"

7 วัยของผู้ชาย

ชายอายุ 20 ปี   คือช่วงวัยที่คุณหวังที่จะตื่นอย่างโรแมนติค

ชายอายุ 30 ปี   คือช่วงวัยที่คุณหวังที่จะตื่นอย่างคนมีครอบครัว

ชายอายุ 40 ปี   คือช่วงวัยที่คุณหวังที่จะตื่นอย่างคนประสบความสำเร็จ

ชายอายุ 50 ปี   คือช่วงวัยที่คุณหวังที่จะตื่นอย่างคนรวยและมีอำนาจ

ชายอายุ 60 ปี   คือช่วงวัยที่คุณหวังที่จะตื่นอย่างคนที่ยังมีไฟพอจะทำงานได้อีก

ชายอายุ 70 ปี   คือช่วงวัยที่คุณหวังที่จะตื่นอย่างคนที่มีสุขภาพดี

ชายอายุ 80 ปี   คือช่วงวัยที่คุณหวังเพียงแค่อยากจะตื่นขึ้นมาแค่นั้นก็พอแล้ว

แยกประเภท

              สำนักงานแห่งหนึ่งแบ่งพนักงานออกเป็นสองสายหลัก ๆ คือ สายสามัญ และสายอาชีพ

              พนักงานสายสามัญ ได้แก่ ผู้ที่บ้านอยู่ไกลจากสำนักงานมาก ต้องเดินทางผ่านย่านการจราจรติดขัด แม้จะออกจากบ้านแต่แต่ ตี 5 แต่ถ้าเป็นวันที่จราจรวิกฤติจริงๆ ก็จะมาสาย แต่โดยปกติจะมาทัน

              พนักงานสายอาชีพ ได้แก่ ผู้ที่มาสายเป็นประจำ

เหตุที่ชอบ

             ปรากฏว่า มีเด็กชาย "ยอดชาย" คนเดียวในชั้นที่กรอกข้อความในแบบฟอร์ม ที่ทางฝ่ายแนะนำจัดทำขึ้นว่า ชอบอาชีพครูมาก ที่สุด ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆ ไม่ให้ความสำคัญต่ออาชีพนี้เลย

             "เธอประทับใจอะไรในอาชีพครูนี้หรือจ๊ะ" อาจารย์สาวถามด้วยความชื่นชมในตัวศิษย์ เด็กชายยอดชายยิ้มกว้าง ก่อนที่จะ ตอบฉาดฉานว่า "ที่ผมชอบก็เพราะว่า ผมมีนิสัยชอบรังแกคนที่ไม่มีทางสู้นะครับอาจารย์"

ตอบได้น่าฟัง

       ครู :คนองเดช บอกหน่อยซิว่า ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ หมายความว่าอย่างไร

คนองเดช :หมายความว่า ทั้งไก่และงู ต้องมีปัญหาเกี่ยวกับสายตาอย่างแน่นอน จึงได้มองเห็นอะไร              ผิดธรรมชาติอย่างนั้น

ต่อมทอมซิล

      พ่อกับแแม่ มีอันจะต้องพา ลูกสาวคนโต ไปผ่าตัดต่อมทอมซิล แล้วก็พา ลูกชายคนเล็ก ไปขลิบเนื้อเยื่อ ส่วนปลายของอวัยวะเพื่อแสดงความเป็นชาย แต่เพื่อไม่ให้เจ้าตัวเล็กกลัว เลยบอกว่าจะพาไปผ่าตัดต่อมทอมซิล ทั้งคู่ หลังจากที่ลูกชายคนเล็กหากไปในห้องผ่าตัด สักครู่ก็ออกมาด้วยใบหน้าแสดงความเจ็บปวดระคนสงสัย พี่สาวซึ่งรอจะผ่าเป็นคนต่อไปจึงถามว่า "เจ็บมากไหมจ๊ะ" น้องชายจึงตอบแบบกึ่งกังขาว่า "ไอ้เจ็บนะไม่เท่า ไหร่หรอก แต่ผมอยากรู้ว่า พี่จะเอาต่อมทอมซิลที่ไหนไปให้หมอผ่า"                     ยังมีต่อนะครับ