ขนบธรรมเนียมประเพณีและการละเล่นพื้นเมือง

ประชาชนส่วนใหญ่ของจังหวัดร้อยเอ็ดนับถือศาสนาพุทธ

วิวัฒนาการทางภาษาและวัฒนธรรมประเพณีล้วนแต่เกิดจากความเชื่อแห่งพระพุทธศาสนา วิถีชีวิตของประชาชนในรอบปีล้วนแต่ผูกพันกับพระศาสนา มีครรลองในการดำเนินชีวิตอยู่กรอบที่เรียกว่า ฮีต 12 ครอง 14

            ฮีต 12 (จารีตประเพณี 12 เดือน)

                        ฮีตตองกับศัพท์ลาลีว่า จาริตตา ศัพท์สันสกฤตว่า จาริตระ แปลว่า ขนบธรรมเนียมแบบแผน ความประพฤติอันดีงามหรือประเพณี ฮีต 12 จึงหมายถึง ประเพณี 12 เดือน ซึ่งในแต่ละเดือนมีประเพณี ดังนี้

 

            เดือนอ้าย

                        บุญเข้ากรรม หรือบุญเข้าปริวาสกรรม เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อให้พระสงฆ์ที่ต้องอาบัติสังฆากิเลส ซึ่งเป็นโทษอาบัติหนักรองลงมาจากโทษปาราชิก หรือแม้แต่อาบัติอื่นๆ เช่น ทุกกฎปาจิตรีย์ได้มีโอกาสชำระอาบัติ เพราะถ้าพระสงฆ์ สามเณร ล่ววงอาบัติแล้วก็ไม่อาจปฏิบัติธรรมให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้การจัดให้มีประเพณีบุญเข้ากรรมจึงเป็นโอกาสที่พระภิกษุ สามเณรจะได้ชำระตนให้เป็นผู้มีศิลบริสุทธิ์

 

            เดือนยี่

                        บุญคูณลาน (กุ้มข้าว)

                        หลังจากข้าวนานวดข้าวเสร็จแล้วก็นำเข้ามากองให้สูงขึ้นเรียกว่า คูณลาน แล้วก็จะบอกกล่าวญาติมิตรและนิมนต์พระสงฆ์มาทำบุญที่ลานข้าวกำหนดทำในเดือนยี่ จึงเรียกอีกอย่างว่า บุญเดือนยี่

                        บุญกุ้มข้าวใหญ่

                        ในเดือนนี้ชาวบ้านจะนำข้าวเปลือกที่ตนจะบริจาคทานปนร่วมกันเป็นกองใหญ่ไว้ที่วัดหรือบริเวณกลางหมู่บ้าน การบริจาคข้างเปลือกเป็น ไปตามศรัทธา ซึ่งชาวอีสานเชื่อว่า การทำทานด้วยข้าวจะได้ผลานิสงส์ให้มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ เมื่อนำข้าวมากองรวมกันได้กองใหญ่จึงเรียกว่า (กุ้มข้าวใหญ่) กลางคืนจะมีการเจริญพระพุทธมนต์ และมหรสพตามกำลังศรัทธา รุ่งเช้าทำบุญถวายภัตตาหารและถวายข้าวเปลือก

                        บุญคุ้ม

                        ในชุมชนหรือหมู่บ้านมีการรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่ม หรือเป็นคุ้มกรรมการจะกำหนดวันทำบุญคุ้มโดยมีพิธีสงฆ์ในตอนเย็น มีมหรสพสมโภชตามกำลังศรัทธา และมีการทำบุญถวายภัตตาหารในตอนเช้า เมื่อได้ทำบุญแล้วก็เชื่อว่าจะเกิดความอยู่เย็นเป็นสุขทั่วกัน

            เดือน 3

                        บุญข้าวจี่ บุญมาฆบูชา

                        บุญข้าวจี่

                        นำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วมาขึ้นโรยเกลือตรงกลางอาจใส่น้ำตาล แล้วปั้นเป็นก้อนๆ ทาไข่ไก่ นำไปวางบนถ่านไฟแดงๆ อีสานเรียกว่าจี่ จึงเรียกว่าปั้นข้าวจี่ ทำเสร็จแล้วก็จะนำไปประกอบพิธีถวายพระสงฆ์เป็นการทำบุญด้วยข้าวจี่ พระสงฆ์ก็จะเทศน์อานิสงส์ของการทำบุญด้วยข้าวจี่ให้ญาติโยมฟัง

                        บุญมาฆบูชา

                        วันเพ็ญเดือนสามเป็นวันสำคัญที่ชาวอำเภอเมืองสรวงนิยมไปทำบุญเวียนเทียน ฟังธรรมปฏิบัติสมาชิ ภาวนา ถือว่าเป็นวันสำคัญที่จะร่วมกันปฏิบัติตนเองให้เกิดบุญตามรอยยุคลบาทพระศาสดา

            เดือน 4

                        บุญเดือนสี่หรือบุญผะเหวด

                        บุญผะเหวดเรียกกันอย่างหนึ่งว่าบุญเดือนสี่ เพราะนิยมทำกันในเดือนสี่ด้วยความเชื่อที่ว่า ใครได้ร่วมบุญผะเหวดฟังเทศน์มหาชาติจบในวันเดียว จะได้ไปเกิดร่วมสมัยและได้พบพระศรีอาริยะเมตไตร์ซึ่งเป็นยุคสมัยที่จะมีแต่ความผาสุข

            เดือน 5

                        บุญสงกรานต์

                        ตรุษสงกรานต์ปรกติมี 3 วัน คือ วันที่ 13,14,15 เมษายน ของทุกปี เช้าวันที่ 13 จะย้ายพระพุทธรูปประจำวัดลงมาตั้งที่ศาลา ประชาชนก็จะมาร่วมกันสรงน้ำพระพุทธรูปและสรงน้ำพระสงฆ์ในวัด บุตรหลานก็ไปสรงน้ำผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้หลักผู้ใหญ่ ส่วนในบ้านเรือนใครที่มีพระพุทธรูปสิ่งของค้ำคูณหรือสิ่งของที่เชื่อกันว่าเป็นวัตถุมลคล ก็จะนำมาสรงน้ำด้วยกิจกรรมสำคัญสุดท้ายในงานบุญสงกรานต์ คือการก่อพระทรายหรือเจดีย์ทราย ในระหว่างพิธีสงกานต์ คือการก่อพระทรายหรือเจดีย์ทราย ในระหว่างพิธีสงกรานต์นิมนต์นิยมปล่อยนก ปล่อยปลา เป็นการแสดงเมตตาต่อสัตว์

            เดือน 6

                        บุญบั้งไฟและบุญวันวิสาขบูชา

                        บุญบั้งไฟ

                        ตามความเชื่อโบราณเป็นการบูชาวัสสกาลเทพบุตร ผู้มีอิทธิฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกตามฤดูกาล เป็นบุญที่ทำให้เกิดความสนุกสนานก่อนลงมือปักดำทำนาประจำปี มีการตกแต่งบั้งไฟให้สวยงาม ทำพิธีระชาชนชม และจุดบั้งไฟแข่งกันว่าของใครจะขึ้นสูงกว่ากัน นอกจากนั้นยังมีการเชิ้งบั้งไฟ เป็นการพย์เชิ้งที่ไพเราะมุ้งสนุกสนานอย่างยิ่ง

                       

                        บุญวันวิสาขบูชา

                        วันเพ็ญเดือน 6 เป็นวันประสูติ ตรัส และปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า จึงมีการทำบุญฟังพระธรรมเทศนา เวียนเทียน ปฏิบัติสมาธิภาวนา เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

 

            เดือน 7

                        บุญชำระ

                        คือบุญชำระล้างสิ่งสกปรกมัวหมอง เสนียดจัญไร การทำบุญชำระเพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งเหล่านั้นให้หมดไปจากชุมชน จะได้มีความสงบสุข

                        พิธีเลี้ยงปู่ตา

                        ในเดือนนี้จะมีพิธีเลี้ยงผีที่ชุมชนเรารพยำเกรงถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะปกป้องภัยอันตรายและบันดาลให้เกิดความสุขความเจริญแก่ผู้พึ่งพิง

 

            เดือน 8

                        บุญเข้าพรรษาและบุญอาสาฬหบูชา

                        บุญเข้าพรรษาและบุญอาสาฬหบูชา ปกติจะจัดงานวันอาสาฬหบูชาวันเพ็ญ เดือน 8 คล้ายกับการจัดวันวิสาขบูชามีการเวียนเทียน ฟังเทศน์ ปฏิบัติสมาธิภาวนา โดยทั่วไปจะจัดงานบุญเข้าพรรษาไปพร้อมกันด้วย โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จะจัดขบวนแห่เทียนพรรษาจากคุ้มวัดต่างๆ มีการประกวดแข่งขันกันและมีการทำบุญ เงินต้นผ้าป่าสมทบอุดหนุนวัดต่างๆ ด้วยงานแห่เทียนพรรษาเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดร้อยเอ็ด

 

            เดือน 9

                        บุญข้าวประดับดิน (สารทไทย)

                        บุญข้าวประดับดิน (สารทไทย) เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติมิตรผู้ตายหรือเปรต โดยเตรียมอาหารหวานคาวหมากพลู บุหรี่ ห่อด้วยใบตองในวันแรม 13 เดือน 9 พอค่อนรุ่งวันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ก็นำสิ่งของเหล่านั้นไปวางไว้ตามต้นไม้บ้าน ตามดินบ้าง กิ่งไม้บ้าง อุทิศส่วนกุศลให้เปรต หรือผู้ตายทั้งหลายได้บริโภค และนิยมทำบุญตักบาตรเลี้ยงพระเป็นการอุทิศส่วนกุศลอีกครั้งในตอนเช้า

 

            เดือน 10

                        บุญข้าวสาก (สลากภัต)

                        บุญข้าวสากเป็นการทำบุญให้เปรตหรือผู้ตายที่อาศัยอยู่ตามปลายไร่ปลายนา เพื่อจะได้ช่วยดูแลรักษาข้าวปลาให้อุดมสมบูรณ์ โดยเตรียมอาหารหวานคาวให้พร้อมพอถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ก็นำอาหารหวานคาวพร้อมปัจจัยไทยธรรมตามศรัทธานำไปจัดการทำสลาก อาจทำได้ 2 วิธี คือบุญจักสลากคือพระภิกษุว่าคนจะได้ทำบุญกับพระรูปใด อีกวิธีหนึ่งก็คือให้พระภิกษุจับสลากว่าจะได้รับภัตตราหารและบริวารของผู้ใด แล้วก็ถวายไปตามนั้น

 

            เดือน 11

                        บุญออกพรรษา

                        บุญออกพรรษา กำหนดทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตอนเช้าพิธีทำบุญตักบาตรเทโว ตอนเย็นจะมีการทำวัตรสวดมนต์และทำพิธีปวารณาต่อกันระหว่าง พระภิกษุกับพุทธบริษัทเพื่อเปิดโอกาสให้มีการว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ถ้าปรากฎว่าได้กระทำละเมิดพระวินัยเป็นการลดทิฐิมานะเพื่อสร้างสมคุณความดีใสตนเอง

                        ในเดือนนี้จะมีประเพณีสำคัญอีกอย่าง เช่น บุญการถวายปราสาทผึ้งเพื่ออุทิศกุศลให้ผู้ตายการไหลเรือไหเพื่อสักการะพระพุทธบาทที่แม่น้ำ คาวระแก่พระแม่คงคา การแข่งขันเรือยาว เป็นต้น

 

            เดือน 12

                        บุญกฐิน

                        บุญกฐิน แต่เดิมนั้นเพื่อจัดหาไตรจีวรถวายแก่พระสงฆ์ที่ขาดแคลนเคร่องอับบริวารแต่ขณะนี้ส่วนใหญ่นิยมทำบุญกฐินอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย ซึ่งเป็นญาติ และมีเงินถวายวัดด้วยเพื่อให้เป็นทุนในการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดกำหนดเวลาทอดกฐินตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันเพ็ญ เดือน 12

                        การทอดกฐินมี 2 ประเภท ประเภทวัดหลวง ได้แก่ พระอารามหลวงต่างๆ จะได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินมาทอดโดยผู้มีศรัทธาขอรับเป็นเจ้าภาพทอดถวายได้ สวนพระอารามหลวงสำคัญๆ จะทรงพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าพระกฐินเอง หรือโปรดเกล้าฯ ให้เชื้อพระวงศ์หรือข้าราชการผู้ใหญ่ไปทอดถวายแทนส่วนวัดราษฎร์ทั่วไปนั้น ใครมีจิตศรัทธาก็สามารถไปจองเป็นเจ้าภาพทอดได้

 

                                    อำเภอเมืองสรวงมีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมและการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญที่นิยมปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โปราณถึงปัจจุบัน

1.      งานประเพณีลอยกระทง

2.      งานบุญบั้งไฟในช่วงเดือนหกของทุกปี เป็นการแข่งขันจุดบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถน เพื่อให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลและพืชผลอุดมสมบูรณ์